BNK48 2nd Anniversary

Chapter 4 : เบื้องหลังของ Music Video ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

MV เป็นอีกสิ่งที่แฟนคลับอยากจะเห็นในทุกครั้งหลังจากที่มีการประกาศเซ็มบัตสึ เพราะนั่นเป็นโอกาสที่จะได้เห็นความน่ารัก สดใส ยูนิฟอร์มใหม่ และสิ่งที่เมมเบอร์อยากสื่อสารออกมา

ซึ่งกว่าจะได้ MV แต่ละครั้งนั้น นอกเหนือจากความพยายามของเมมเบอร์ และทีมงาน ยังมีเรื่องอะไรอีกบ้างที่ MV ไม่ได้เล่าออกมา เรามีเบื้องหลังที่น่าสนใจของ MV เพลงหลักต่างๆ มาเล่าให้ฟัง

1. Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย

  • เผยแพร่บน YouTube เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2017 
  • เป็นมิวสิกวิดีโอเพลงแรกของ BNK48
  • ถ่ายทำที่สวนสยาม
  • มีแคมเปญก่อนถ่ายทำ ให้แฟนคลับส่งคลิปคัฟเวอร์เพลงนี้มาเพื่อลุ้นสิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งในมิวสิกวิดีโอ
  • ผลคือมีแฟนคลับกว่า 2,000 ชีวิต ตั้งแต่เด็กถึงคนสูงอายุ ผู้ชายและผู้หญิง ได้เข้าเฟรม ร่วมเต้นไปพร้อมกับเซ็มบัตสึทั้ง 16 คนของเพลง
  • นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงสมบทอีกหลายคน สวมบทบาทเป็นคนอาชีพต่างๆ อาทิ วินมอเตอร์ไซค์, นักเพาะกาย, ตำตรวจ ฯลฯ ร่วมเต้นอยู่ในมิวสิกวิดีโอด้วย
  • ปัจจุบัน เป็นมิวสิกวิดีโอที่มียอดรับชมบน YouTube กว่า 170 ล้านครั้ง มากที่สุดของ BNK48

2. Shonichi วันแรก

  • เผยแพร่บน YouTube เมื่อ 9 เมษายน 2018
  • เล่าเรื่องราวความพยายาม การต่อสู้ การฝึกซ้อม หยาดเหงื่อ และความฝันที่คล้ายๆ กันของเมมเบอร์รุ่น 1 กับนักฟุตบอลทีมชาติไทย
  • ได้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และพรรษา เหมวิบูลย์ นักเตะตำแหน่งกองกลางและกองหลังช้างศึกเป็นตัวแทนฝั่งนักฟุตบอล
  • มี 2 เวอร์ชั่น คือแบบมิวสิกวิดีโอปกติ ความยาว 4.41 นาที กับแบบ ‘Shonichi The Stories’ ความยาว 12.25 นาที

3. Anata to Christmas Eve 

  • เผยแพร่บน Youtube เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2018
  • กำกับโดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น
  • ถ่ายทำช่วงหน้าหนาวที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หิมะในมิวสิกวิดีโอจึงเป็นหิมะจริง และบรรยากาศหนาวๆ ที่เราเห็น ก็หนาวจริง
  • โลเคชั่นที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอก็เช่น คลองโอตารุ, สวนป่ามาเอดะ, สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ

3. Anata to Christmas Eve 

  • เผยแพร่บน Youtube เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2018
  • กำกับโดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น
  • ถ่ายทำช่วงหน้าหนาวที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หิมะในมิวสิกวิดีโอจึงเป็นหิมะจริง และบรรยากาศหนาวๆ ที่เราเห็น ก็หนาวจริง
  • โลเคชั่นที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอก็เช่น คลองโอตารุ, สวนป่ามาเอดะ, สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ

4. River

  • เผยแพร่บน Youtube เมื่อ 30 เมษายน 2018
  • เซ็มบัตสึของเพลงจะต้องเข้าไปวิ่งอยู่ในป่าแห่งโชคชะตาเพื่อตามหาจุดหมายปลายทางของตัวเอง
  • ถ่ายทำหลักๆ ที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์แถวสุวรรณภูมิ และสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ABAC กาญจนบุรี

4. River

  • เผยแพร่บน Youtube เมื่อ 30 เมษายน 2018
  • เซ็มบัตสึของเพลงจะต้องเข้าไปวิ่งอยู่ในป่าแห่งโชคชะตาเพื่อตามหาจุดหมายปลายทางของตัวเอง
  • ถ่ายทำหลักๆ ที่สนามแข่งมอเตอร์ไซค์แถวสุวรรณภูมิ และสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ABAC กาญจนบุรี

5. Kimi wa Melody 

 

  • เผยแพร่บน Youtube เมื่อ 15 กันยายน 2018
  • ป็นมิวสิกวิดีโอแรกที่มีเมมเบอร์ทั้งสองรุ่นอยู่ในเพลงเดียวกัน
  • ว่าด้วยการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ในบรรยากาศและเครื่องแต่งกายแบบไทยประยุกต์

6. Tsugi no Season

 

  • เผยแพร่บน Youtube เมื่อ 3 สิงหาคม 2018
  • ให้เมมเบอร์รุ่น 2 ที่เป็นเซ็มบัตสึของเพลง เล่นกีฬาต่างชนิด และพิชิตภารกิจที่ต่างกันไป
  • ถ่ายทอดความพยายามในการก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว BNK48 ของเมมเบอร์รุ่น 2
  • เป็นมิวสิกวิดีโอเดียวที่มีแต่เมมเบอร์รุ่น 2

7. BNK Festival

  • เผยแพร่บน YouTube เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2018
  • ธีมเป็นเกมอวกาศ ซึ่งน่าจะเข้าถึงกลุ่มแฟนคลับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก (ที่มีจำนวนมากขึ้น)
  • ต่อยอดไปเป็นไอเดีย ‘คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล’ BNK48 Space Mission

7. BNK Festival

  • เผยแพร่บน YouTube เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2018
  • ธีมเป็นเกมอวกาศ ซึ่งน่าจะเข้าถึงกลุ่มแฟนคลับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก (ที่มีจำนวนมากขึ้น)
  • ต่อยอดไปเป็นไอเดีย ‘คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล’ BNK48 Space Mission

8. Beginner

  • เผยแพร่บน YouTube เมื่อ 22 มีนาคม 2019
  • เล่าเรื่องการต่อสู้ของเซ็มบัตสึ 16 คนกับด้านมืดภายในจิตใจตัวเอง
  • ได้ ‘ยังโอม’ แรปเปอร์ชื่อดังมาแสดงเป็นวายร้ายสายดาร์ค ต่อสู้กับเฌอปราง เซ็นเตอร์ของเพลง
  • เป็นมิวสิกวิดีโอเดียวของวงที่เป็นแนวแอ็คชั่น สู้จริง บู๊จริง

9. Kimi no koto ga Suki Dakara

  • เผยแพร่บน YouTube เมื่อ 26 มีนาคม 2019
  • เพลงมีท่อนเกี่ยวกับการเสกเวทมนตร์ เกี่ยวกับแม่มด ไอเดียของมิวสิกวิดีโอจึงเป็นการเปลี่ยนเมมเบอร์ BNK48 เป็นนักเรียนสถาบันเวทมนตร์ ชมรมเวทมนตร์เพื่อสังคมแห่งประเทศไทย
  • สามเมมเบอร์ที่นั่งอยู่กลางวงในฉากเสกคาถา (ช่วงกลางๆ ของมิวสิกวิดีโอ) คือสามเมมเบอร์ที่ได้คะแนนในงาน General Election ในอันดับที่ 30-32

แนทเธอรีน – ดุสิตา กิติสาระกุลชัย

ช่วงเข้าวงมาแรกๆ อุปสรรคทางร่างกายในตอนนั้น ทำให้เราคิดจะยอมแพ้ไหม

ไม่มีค่ะ หนูไม่เคยคิดว่าหนูไม่ไหว มีแต่คุณพ่อคุณแม่ที่คิดว่าหนูไม่ไหว (หัวเราะ) ก็ถามเราว่า บางทีมันเป็นการฝืนร่างกายตัวเองไปหรือเปล่า ที่หนูออกมาวิ่งทุกเช้า หรือต้องมาฝึกเต้นหนักๆ แบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นห่วง บอกว่าถ้าไม่ไหวก็เลิกได้นะ ไม่ไหวก็พอนะ หนูก็บอกหนูเลือกแล้ว แล้วอะไรที่หนูตัดสินใจแล้ว หนูต้องทำให้ได้ เพราะคำว่าทำไม่ได้ไม่มีในพจนานุกรมของหนู มีแค่จะทำหรือไม่ทำ ทำคือทำให้สุด ไม่ทำคือไม่ต้องทำเลย ไม่มีครึ่งๆ กลางๆ

ความแตกต่างของ ‘แนทเธอรีน’ เฉยๆ กับ ‘แนทเธอรีนBNK48’

อย่างแรกเลยคือความแข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ จริงๆ หนูเป็นคนแข็งแกร่งอยู่แล้วนะ แต่พอมาเข้าวงก็รู้สึกแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย ทักษะการร้องการเต้นด้วย ตอนแรกเต้นไม่ได้เลย ตอนนี้พอเต้นได้แล้ว พอจะได้มาตรฐานของครูแล้ว

ตอนไม่ติดเซ็มบัตสึTsugi no Season ให้กำลังใจตัวเองอย่างไร 

หนูบอกตัวเองว่า เราทำเต็มที่แล้วทำไมต้องเสียใจ ที่เขาจะเลือกไม่เลือก มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แล้วหนูก็คิดว่า อะไรก็ตามที่เราควบคุมมันไม่ได้ เราก็ไม่ควรไปเครียด อย่างการสอบเข้ามหาลัย เรื่องนี้เราควบคุมได้ ถ้าเราอ่านหนังสือเยอะๆ เราก็จะสอบได้ แต่อันนี้ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าถ้ายูทำดีที่สุด พยายามให้ดีที่สุด ต้องได้เป็นเซ็มบัตสึแน่นอน มันเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่คุยกันเอง ไม่เกี่ยวกับเรา เราก็แค่ต้องทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่ได้ก็อีกเรื่อง อย่าไปคาดหวังกับมันมาก คาดหวังกับสิ่งที่เราควบคุมได้ดีกว่า

อยากให้คนจดจำเราในคาแรคเตอร์แบบไหน

หนูว่ามันไม่ควรเป็นด้านใดด้านหนึ่ง คนๆ หนึ่งก็มีหลายด้าน มีหลายตัวตน มีหลายสิ่งที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ทุกอย่างรวมๆ กันก็คือตัวหนู 

ออม – ปุณยวีร์ จึงเจริญ

 

รู้สึกอย่างไรที่เป็นหนึ่งในรุ่น 2 ที่ติดเซ็มบัตสึ Kimi wa Melody 

ดีใจมากๆ ไม่คิดว่าเพลงแรกมาหนูจะติดเซ็มเลย ดีใจที่ครูเห็นศักยภาพในตัวหนู เลือกหนูให้ติด แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงโปรโมตเพลงฤดูใหม่ที่หนูไม่ติด ทุกคนก็มาให้กำลังใจว่า ไม่เป็นไรนะ แค่เพลงแรกเอง หนูก็อยากบอกมากว่า พี่คะ…หนูติดอีกเพลงค่ะ (หัวเราะ) แต่ยังพูดไม่ได้ เป็นความรู้สึกแบบ เมื่อไรจะได้บอกนะ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าแฟนคลับแคร์เรา ทั้งที่เราก็เพิ่งเข้ามา ทุกคนมาให้กำลังใจ ไม่ใช่แค่ซิงเกิ้ลนั้นนะ ซิงเกิ้ลต่อๆ ไปด้วย

ความที่เป็นพี่ใหญ่ในรุ่น เรานำประสบการณ์ที่ตัวเองเคยผ่าน มาสอนน้องๆ ในเรื่องไหนบ้าง

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต เพราะว่าร้องเต้น น้องๆ ก็มีทักษะของตัวเองอยู่แล้ว แต่เรื่องการใช้ชีวิต การเรียน การแบ่งเวลา หนูก็แชร์ว่าทำไมหนูถึงเรียนจบได้ ต้องทำยังไงบ้าง น้องๆ ที่เพิ่งเข้ามหาลัยใหม่ๆ ต้องปรับตัวยังไง หนูก็แชร์ให้น้องๆ ฟังค่ะ

 

 แล้วอะไรบ้างที่เราเป็นฝ่ายเรียนรู้จากน้องๆ 

น้องๆ หลายคนทำให้หนูย้อนกลับมามองตัวเอง อย่างน้องนิกี้ เขาอายุแค่ 15 แต่สามารถทำอะไรได้เยอะมากๆ ต้องย้ายจากต่างจังหวัดมาอยู่ที่นี่ ทำงานหาเงิน แถมเป็นเด็กที่มีความสามารถด้วย หนูก็คิดว่า เขาเป็นเด็กแต่ทำได้ขนาดนี้ ขณะที่ตอนหนูอายุเท่าเขา หนูทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ น้องเขาเลยเป็นเหมือนครูของเราด้วยว่า ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรก็ตาม เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ณ ตอนนี้ด้วยวัยเรา คิดว่าการมาออดิชั่นเข้า BNK48 เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องใช่ไหม

ถูกต้องมากๆ ค่ะ เพราะว่าพอบวกลบความกดดัน ความเครียด สิ่งที่ได้กลับมามันเยอะมาก จากคนโนเนม เป็นผู้หญิงธรรมดา ใครจะไปรู้ว่าจะมีคนรู้จักเรา บางคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูไม่ใช่หมอด้วยซ้ำ แต่หนูก็สามารถทำให้เขาหายได้ เขาเดินมาบอกหนูว่าเขาหายแล้ว พูดแล้วก็น้ำตาจะไหล (หัวเราะ) ดีใจมากที่ได้ช่วยเขาตรงนี้ คือคนเราอยู่คนเดียวโดยไม่มีกำลังใจไม่ได้ บางคนเขาไม่มีกำลังใจจากคนรอบข้าง เลยมาหาเราเพื่อมาเอากำลังใจ หนูก็รู้สึกดีมากที่ได้ทำตรงนี้ ถึงในอนาคตหนูไม่ได้อยู่ BNK48 แล้ว หนูก็คงอยากเป็นกำลังใจให้คนอื่นต่อไปอยู่ดี

เจนนิษฐ์ – เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

เล่าถึงเพลง 365 วันกับเครื่องบินกระดาษ ในมุมที่หลายคนยังไม่รู้หน่อย

ก่อนหน้านี้ มันจะมีเวอร์ชั่นที่แปลอีกแบบ ไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ทุกคนได้ฟังกัน เนื้อเพลงไม่เหมือนเลย คือมันแปลตรงมาก แต่เมโลดี้มันจะแปลกๆ เหมือนเราร้องเหน่อ มันเปลี่ยนหลายรอบมาก แต่เวอร์ชั่นแรกคือเวอร์ชั่นที่ใกล้เคียงกับปัจจุบันมากที่สุด เวอร์ชั่นสองคืออันที่เผื่อ แล้วก็มีเวอร์ชั่นสุดท้าย แต่มันอาจจะมีมากกว่านั้นก็ได้ แต่ละเวอร์ชั่น ครูก็จะร้องให้ฟัง อย่างท่อนฮุคก็จะร้องว่า คือ-ชี-วิต ซึ่งตรงกับภาษาญี่ปุ่นเลย แต่มันแปลกๆ จนมาถึงเวอร์ชั่นปัจจุบัน ซึ่งตอนอัดท่อน ‘สดสวย’  เราก็เข้าไปอัดเป็นคนสุดท้าย อัดไปหลายรอบมาก ไม่ได้สักที จนรอบที่ได้คือหลับตาร้อง รอบอื่นลืมตาร้อง ร้องไม่ได้ รอบนั้นหนูอาจจะหลับตาเอง ทำสมาธิ แล้วมันก็โอเคที่สุด แต่ร้องนานมาก (ลากเสียง) ไม่ผ่านสักที

ส่วนเรื่องท่าเต้น คือมันจะมีเวอร์ชั่นในเธียเตอร์ที่มีภาษามือด้วย จะมีท่าเยอะกว่า แล้วบางทีเราก็ไม่ค่อยมีเวลาซ้อม เลยไม่ค่อยได้ใช้เวอร์ชั่นนี้ เคยแสดงไม่กี่ครั้ง รายละเอียดมันเยอะมาก คนนี้เต้นท่านี้ คนนั้นเต้นท่านี้

ในรอบ 2 ปี เวทีไหนขึ้นแล้วตื่นเต้นที่สุด

เริ่มจำไม่ได้แล้วว่าขึ้นไปกี่เวที (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าที่สุดเลยเปล่า ตอนขึ้น Asia Fest เพลง End Roll เพราะว่าเวลาซ้อมน้อย เลยตื่นเต้นมากกว่าเวทีอื่น แล้วก็มีตอนไปงาน Genereal Election ที่ญี่ปุ่น เพราะคนที่นั่นไม่ใช่แฟนคลับเรา เวลาอยู่กับแฟนคลับเราจะไม่ตื่นเต้นเท่าไร 

คิดว่าในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อะไรสำคัญสำหรับเราที่สุดในการเป็น BNK48

น่าจะเป็นความอดทน รู้สึกว่าที่อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะว่าอดทนในหลายๆ เรื่อง มากๆ ด้วย ไม่รู้จะเรียกว่าอดทนหรือเข้าใจระบบ เรียกว่าอยู่กับมันได้แล้วกัน ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ดี ทุกโมเมนต์ที่เข้ามา เราอยู่กับมันได้ ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจ เราก็เข้าใจกับสิ่งที่มันเป็นไป ว่ามันมีเหตุมีผล ทำให้เราก้าวข้ามแต่ละโมเมนต์มาได้ ถ้าเราไม่มี ก็อาจจะเครียดมาก สติแตก หรือเฟลไปเลย กลับมาทำงานไม่ไหว 

ชอบตัวเองในช่วงเวลาไหนที่สุด 

ชอบตอนนี้ที่สุดแล้ว เหมือนเราเปลี่ยนแปลงตัวเองมาเรื่อยๆ ปรับปรุงมาเรื่อยๆ แล้วก็มีความอดทนมากขึ้น มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ น่าจะมีความสตรองมากขึ้นในหลายๆ ด้าน มีภูมิต้านทานทั้งทางร่างกายและจิตใจ หาจุดที่บาลานซ์ของตัวเองเจอ

 

ตาหวาน – อิสราภา ธวัชภักดี

ความนิยม หรือ ความสามารถ

ความนิยมก็ยังต้องมีอยู่ แต่เราก็ต้องมีความสามารถของเราด้วย ที่ทำให้คนมาเห็นแล้วถึงจะมาชอบเรา ถ้ามีแต่ความนิยมที่คนมาชอบ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเลย คนก็อาจจะเลิกชอบไป

มันมีความยากที่ตัวเราเองเราต้องพยายามพรีเซ็นต์ตัวเองออกมาในรูปแบบไหนที่คนจะสนใจเรามากขึ้น ต้องพัฒนาสกิลตัวเองขึ้นทุกวัน เพราะคนก็มาฝึกมาซ้อมยิ่งมีเด็กใหม่มาตรฐานมันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เราก็ต้องพัฒนาตัวเองถึงเราจะเป็นรุ่นที่โตแล้วก็ตาม เราก็ห้ามหยุดพัฒนา เราก็ต้องห้ามหยุดอยู่กับที่

คิดว่าทำไมตัวเองถึงติดเซ็มบัตสึทุกซิงเกิ้ล

อาจจะเป็นทักษะด้านการร้อง เพราะในเพลงก็ต้องมีคนที่ร้องหลัก ทุกคนจะพูดเสมอว่า “ยังไงเอ็งก็ติด เพราะยังไงเอ็งก็ต้องมาช่วยฉันร้อง” เลยอาจจะเป็นตรงนี้ด้วยหรือเปล่า ก็เป็นความสามารถของตัวเองที่ทำให้ยังอยู่ได้ ก็ดีที่ยังมีงานให้ทำ ขอบคุณค่ะ (ไหว้สวย)

แต่ก็ไม่เคยคาดหวังจนกดดันตัวเองขนาดนั้น เรารู้ตัวเราและทุกๆ คนว่าสภาพตอนนี้ใครเป็นยังไง ใครกำลังมา เราจะไม่พยายามเอาตัวเองเปรียบเทียบกับเขา เอาเป็นเราในเวอร์ชั่นที่มันดีขึ้น

 

พัฒนาการ และ เวอร์ชั่นที่ดีขึ้นของตาหวาน

ทุกด้านก็ยังต้องพัฒนาขึ้นไปอีก ถึงจะบอกว่าร้องโอเคแล้ว แต่จริงๆ มันก็มีอีกหลายข้อพกบร่องในตัวเอง ที่เรารู้สึกว่ามันยังไม่ได้สุด เราต้องหาเทคนิค ต้องฝึกต้องซ้อมขึ้นไปอีก หรือเรื่องการเต้น ไลน์เต้น ที่พอเต้น BNK48 เยอะๆ แล้วไปเต้นแนวอื่น มันก็จะรู้สึกแปลกไป เราก็ต้องมาฝึกใหม่ มาหาเพลงเต้นใหม่ มาหาไลน์เต้นตัวเอง มันก็ยังต้องฝึกอีก

หรือสกิลเวลาออกงาน การแสดง เราก็ยังรู้สึกว่าเรายังด้อยในเรื่องนี้ ถ้ามีคลาสที่ได้เรียนเราก็จะพยายามเก็บเกี่ยวในคลาสนั้นให้ได้มากที่สุด ด้าน MC ที่เราก็ยังไม่ได้ดีขนาดนั้น มันก็พูดได้รับส่งได้ แต่บางทีมันก็ยังรู้สึกชะงักอยู่ ต้องช่วยน้องยังไง ก็ยังมีอีกหลายๆ ด้านที่ต้องพัฒนาอยู่ตอนนี้ ยังไงเราก็ต้องพัฒนาขึ้นไปให้ดีกว่านี้

 

การเป็นเอซของวง

จริงๆ ก็ไม่เคยตั้งเลยนะ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นเอซของวง พอทุกคนให้คำนี้มา มันก็ไม่ถึงกับแบกขนาดนั้น แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นคำที่ใหญ่อยู่ เราก็ต้องไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เราก็ทำเต็มที่ของเราที่สุด สุดของเราก็เท่านั้นแล้ว อยู่ที่เขาว่าจะมองว่ามันโอเคไหม แต่เขาให้คำนี้มาก็ดีเหมือนกัน เอาไว้กระตุ้นว่าเรามีคำนี้อยู่ เราต้องทำตัวเองให้สมกับคำนี้อยู่

 

เป็น BNK48 มา 2 ปีแล้ว ยังอยากทำอะไรอีก

อยากมียูนิตย่อย หรือไม่ก็อยากลองเป็นเซ็มบัตสึแถวหน้าอีกสักครั้งนึงถึงจะเคยได้เป็นตอน River แล้ว ไม่รู้จะได้ไหม ก็อยากลองท้าทายตัวเองดูสักนิด หรือเพื่อนๆ ก็ได้ไปเล่น MV ได้ไปเล่นซีรีย์ ถึงเราก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบการแสดงมากขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำได้ดีขนาดนั้น แต่ว่าก็อยากลองถ้ามีโอกาส แต่ที่คิดว่าอยากจะทำในอนาคตก็คงอยากเป็นนักร้องให้เต็มตัวมากกว่านี้ 

 

รตา –  รตา ชินกระจ่างกิจ

 

ชีวิตช่วงแรกในเมืองหลวง

ต้องมาอยู่หอที่บริษัทจัดหาให้ มันก็แปลกมาก ๆ เลย หนูไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้อยู่หอ แล้วก็ไม่คิดว่าจะต้องอยู่คนเดียวในช่วงอายุแค่นี้ ก็รู้สึกว่านี่มันอะไรกันเนี่ย อะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายเต็มไปหมดเลย เหงาด้วย ช่วงนั้นหนูก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะว่าตอนที่เข้ามาก็หาโรงเรียนไม่ทัน แต่ก็มีพี่มัยร่า เค้าก็เป็นคนพาไปขึ้นรถไฟฟ้า ขึ้นรถเมล์ ขึ้นนู่นขึ้นนี่ จนตอนนี้หนูขึ้นเองเป็นแล้ว มันต้องปรับตัวค่ะ เพราะมาช่วงแรก ๆ หนูอยากกลับบ้านมากเลย รถติดวุ่นวาย มันก็แบบทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย

ความสุขที่ได้รับจากการเต้น

 

คือจะบอกว่าหนูชอบเกาหลีมาก ก็ชอบดู Performance ชอบดูมาก เจ๋งดี ดูจนเราเต้นตามได้ แล้วก็รู้บล็อกกิ้งเค้าด้วย (หัวเราะ) ก็คือดูบ่อยจนเรารู้ท่า รู้บล็อกกิ้ง แล้วเราก็ไปเต้นเองคนเดียวในห้องนอน ถึงแม้จะเต้นในห้อง แต่เราก็ชอบ มีความสุข พอได้มาเต้นกับเพื่อนในวงก็ยิ่งชอบใหญ่เลยค่ะ แต่ก่อนที่จะมาถึงจุดที่ชอบ หนูก็ผ่านจุดที่เต้นไม่เป็นมาก่อน ไม่มีพื้นฐาน ไม่มีกล้ามเนื้ออะไรสักอย่าง เต้นไม่ดี ไปดูงานเดบิวต์ได้เลย หนูเต้นแย่มาก เต้นคร่อมจังหวะด้วย มันก็เป็นช่วงที่กดดัน แล้วก็รู้สึกว่าไม่อยากเต้นแล้ว เหมือนเราเห็นคนอื่นเต้นได้ แต่เราเต้นไม่ดี เราก็รู้สึกว่าเราเป็นตัวที่ทำให้เวทีดูแย่ แต่พอนาน ๆ ไป มันก็ดีขึ้น จนหนูมั่นใจกับการเต้นมากขึ้น ก็เลยยิ่งชอบ ชอบมาก อย่างขึ้นเธียเตอร์เนี่ยหนูช๊อบชอบ (ยิ้ม)

ความกดดันในฐานะรุ่น 2

 

กดดันค่ะ เวลาเรามองพี่รุ่น 1 คือเค้าอยู่ตรงนั้น เราอยู่ตรงนี้ มันยังมีบางอย่างที่เรายังเป็นเหมือนเค้าไม่ได้ช่นความเป็นไอดอล คือหนูเป็นคนที่มีจุดอ่อนอย่างหนึ่งคืออ้อนไม่เป็น แล้วเวลาหนูทำตัวน่ารักมันก็จะดูปลอม หนูพยายามกับเรื่องนี้มาตลอด แต่ไม่ว่าจะทำยังไง พอกลับมาดูก็รู้สึกว่ามันปลอมจังเลย หนูก็เลยไม่ได้ใช้ลูกอ้อนในการตกแฟนคลับ หนูเป็นคนขี้เล่น เป็นคนตลก ก็เลยใช้จุดนี้กับแฟนคลับ หนูก็เคยพูดกับแฟนคลับนะว่าเวลาหนูอ้อนมันดูปลอมจังเลย เค้าก็บอกว่าทุกคนมีความน่ารัก มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกัน หนูก็มีเสน่ห์ในแบบของหนู เค้าก็ชอบในแบบของหนู ที่หนูเป็นแบบนี้

ความทรงจำในคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด

พูดแล้วจะร้องไห้คือช่วงนั้นหนูเครียดมากสองสามวันก่อนที่จะไปซ้อมคอนเสิร์ตหนูโทรไปร้องไห้กับพ่อ เป็นครั้งแรกเลย หนูเครียดมากกับการอยู่ตรงนี้ แต่แบบ…(สะอื้น) ก็มาซ้อมที่ตึกแกรมมี่ แล้วก็เจอพี่เบิร์ด  ความคิดหนูเปลี่ยนเลย ตอนที่หนูคุยสายกับพ่อหนูบอกว่า ไม่อยากอยู่แล้ว อยากกลับบ้าน แต่พอได้เจอพี่เบิร์ด ด้วยความที่เค้าเป็นศิลปินเบอร์หนึ่ง เค้าพูดกับเรา เหมือนเค้าก็สอนประสบการณ์ที่ผ่านมา มันก็เลยทำให้ความคิดหนูเปลี่ยน ทำให้หนูอยากทำตรงนี้มากขึ้น อยากอยู่จนมันได้ทำอะไรที่ใหญ่กว่านี้

แบมบู – จณิสตา ตันศิริ

รู้จักไอดอลมาก่อนไหม

จริงๆ หนูไม่ค่อยรู้จักไอดอลเลย ถ้าเป็นนักร้องฝรั่ง หนูก็จะตามแค่ฝั่งสากล ไม่ได้ติดตามวงไอดอลขนาดนั้น ตอนแรกหนูก็รู้สึกว่าทำไมอุดมการณ์ของ 48 Group มันเยอะแยะอีรุงตุงนังขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันทำยากขนาดนั้น ก็เลยลองดู การที่ BNK48 มาได้ถึงขนาดนี้มันก็เป็นเพราะอุดมการณ์เขาไม่เหมือนใคร อย่างเรื่องการห้ามโดนตัวมันก็คือการเซฟไอดอลแล้วก็ให้คุณค่าไปในตัว ก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดมันมีเหตุผล ทำให้ทุกอย่างมันก้าวหน้ามาจนถึงตอนนี้

แล้วแบมบูมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง

เราก็ใช้ชีวิตปกติคุยเล่นกับเพื่อนได้ แต่พอเราได้มาเป็น BNK48 เราก็มีขีดจำกัดของตัวเองมากขึ้น ก่อนเข้าวงหนูจะย้ายจากห้อง EP เป็นห้อง intensive พอย้ายเข้าไปก็เป็นเพื่อนใหม่หมดเลย แล้วเพื่อนผู้ชายก็ไม่กล้าคุยกับหนูเลย (หัวเราะ) แล้วพอเวลาคุยเขาก็จะเรียบร้อยมาก เขาพูดครับกับเราทั้งที่คุยกับคนอื่นเขาไม่พูดครับเลยนะ หนูก็เกร็งกับเขาไปด้วย ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนผู้ชาย ส่วนผู้หญิงก็จะดูแล แบ๊มดีมาก ก็ไปบอกเพื่อนผู้ชายว่าห้ามแตะต้องนะ ก็รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยค่ะ ก็อยู่ที่เราด้วยว่าเราจะปฏิบัติตัวให้เขาสบายใจตอนอยู่กับเรายังไง แต่หนูว่าน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี

รู้สึกว่าเราเสียเวลาวัยรุ่นไปไหม

ตอนแรกๆ หนูก็รู้สึกว่าเราก็แลกไปเยอะเหมือนกันนะ แต่ว่าพอมาย้อนดูอีกทีสิ่งที่หนูได้มาคนอื่นเขาก็ไม่ค่อยได้กัน แล้วหนูก็รู้สึกว่า สิ่งที่หนูแลกไปกับสิ่งที่เราได้มามันคุ้มค่ามากกว่า หนูโอเคกับการไม่ต้องไปเที่ยวกับเพื่อนก็ได้ หนูมาอยู่ตรงนี้หนูก็รู้สึกโอเคแล้ว ทุกวันนี้ถึงเวลาอ่านหนังสือจะน้อยลงแต่ก็ยังไม่ได้กระทบอะไรขนาดนั้น คะแนนก็ยังดีเหมือนเดิม (หัวเราะแบบภูมิใจ)

ครูติ๊กเคยบอกว่าแบมบูขอเปลี่ยนตำแหน่งเต้นบ่อยๆ เพราะอะไร

หนูเคยไปบอกครูติ๊กว่าหนูเต้นตำแหน่งเดิมมาตลอด หนูอยากเปลี่ยนบ้าง ขณะที่คนอื่นอาจจะมีการเปลี่ยนเพราะว่าคนนี้ไม่ว่างก็เลยมาแทน ถึงมันซ้อมหมดทั้งเซ็ต มันเยอะมากก็จริงแต่หนูอยาก หนูว่ามันเป็นการพัฒนาตัวเอง แล้วก็ได้มาตำแหน่งใหม่ได้เต้นแบบใหม่ คือเต้นแบบเดิมๆ ก็ดี ให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ แต่หนูเริ่มรู้สึกว่ามันเบื่อ ถึงจุดนึงเต้นไปบ่อยๆ แล้วมันเบื่อ อยากเปลี่ยนบ้างจะได้เต้นเก่งขึ้น ในการที่เราทำซ้ำๆ เดิมๆ มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

หลังจากอันดับ General Election และการติดเซ็มบัตสึเพลงหลัก ตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหนของวง

ก็อาจจะขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วมั้งคะ (หัวเราะ) เมื่อก่อนหนูอยู่หลังๆ เลย อย่างฤดูใหม่หนูก็อยู่แถวหลังสุดเลย จนตอนนี้ถึงจะอยู่แถวหลังสุดเหมือนเดิมแต่ก็ได้ขึ้นมาเป็นเพลงหลัก แล้วก็ได้อยู่แถวหน้าของเพลงรองแล้ว หนูว่าหนูก็ข้ามผ่านอะไรมาเยอะมากเหมือนกัน หนูก็ผลักดันตัวเองมาเยอะมากเหมือนกัน จากข้างล่างขึ้นมาตอนนี้อาจจะอยู่กลางๆ แล้ว ก็รู้สึกดีที่ตัวเองสำเร็จขึ้นมาแต่ก็อยากจะขึ้นๆๆ ไปอีก หนูต้องหวังสูงไว้ก่อนค่ะ (หัวเราะ) จะได้มีแรงผลักดันให้ตัวเอง

สิ่งที่เรียนรู้ในการเป็น BNK48 

ความรับผิดชอบ การจัดการเวลา การเข้าสังคม การจำหน้าคนตอนจับมือ(ขำ) จำชื่อคนตอนจับมือ ก็ได้อะไรหลายๆ อย่างหนูว่าหนูก็โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นมากมาย

คลิปน่ารักๆ จากเมมเบอร์
เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี BNK48

หนังสือ BNK48 2nd Anniversary

เตรียมพบกับหนังสือฉลอง 2 ปี BNK48 ที่บันทึกเรื่องราวสำคัญของวงไอดอลเบอร์หนึ่งของไทย ทุกเบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญ ทุกเบื้องหลังของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว BNK48 จะถูกนำมาเสนอและเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเมมเบอร์และบุคคลสำคัญที่อยู่รอบตัวเมมเบอร์ ภายในเล่มมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่

  • ภาพแฟชั่น 8 เซ็นเตอร์เพลงหลัก
  • บทสัมภาษณ์ 8 เซ็นเตอร์เพลงหลักสุดพิเศษ
  • ความในใจที่เมมเบอร์ทั้ง 51 คน อยากบอกด้วยลายมือ
  • เบื้องหลังของการทำเพลง
  • เบื้องหลังการออกแบบชุดของเมมเบอร์
  • เรื่องราวการฝึกซ้อมของ BNK48 ที่ไม่เคยบอก
  • และอีกมากมาย

สำหรับใน Chapter 5 เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เปิดเบื้องหลังของหนังสือ BNK48 2nd Anniversary เป็นครั้งแรกเพื่อเรียกน้ำย่อย ซึ่งเป็นข้อมูลหที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือ ก่อนที่จะวางขายในอีกไม่กี่วันเท่านั้น

Powered by

อ่านเพิ่ม