BNK48 2nd Anniversary

Chapter 3 : 6 ซิงเกิ้ล 2 อัลบั้มกับวันเวลาที่ผ่านไป 2 ปี

เวลาสองปีที่ผ่านมา เราสามารถจดจำอะไรเกี่ยวกับ BNK48 ได้บ้าง? เราเชื่อว่าแต่ละคนก็มีภาพจำที่ต่างกัน และสำหรับเมมเบอร์ทั้ง 8 คนที่เป็นเซ็นเตอร์ในเพลงหลักทั้ง 6 ซิงเกิ้ล 2 อัลบั้ม ‘มิวสิค ‘โมบายล์’ ‘เนย’ ‘อร’ ‘เฌอปราง’ ‘ปัญ’ ‘ปูเป้’ และ ‘ฟ้อนด์’ พวกเธอจดจำอะไรในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้บ้าง

นี่จะเป็นการเปิดใจครั้งแรกของพวกเธอในโอกาสที่ BNK48 เดินทางมาจุดหลักไมล์ 2 ปี นี่คือความในใจของพวกเธอที่อยากจะบอกให้แฟนคลับได้รับรู้

จีจี้ – ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล

เรื่องที่นึกออกตอนออดิชั่น

หนูไม่รู้จักเกิร์ลกรุ๊ปนี้เลยตั้งแต่ AKB48 จริงๆ พี่สาวเป็นคนชวนมา หนูก็ทะเลาะกันด้วยว่าไม่ไปได้ไหมเพราะหนูเลือกไว้แล้วว่าจะเรียนวิศวะ  แต่หนูก็เสียดายโอกาสเหมือนกัน ลองดูก็ได้ ก็ดันติดเฉยเลย

พอติดเข้าไป (รอบแรก) เราก็ต้องทำการบ้านกับวงนี้มากขึ้น พอเริ่มเข้าไปข้างในหนูก็เริ่มรู้สึกว่าชอบในวงนี้มากขึ้น ทำให้หนูรู้สึกมีแรงบันดาลใจว่าอยากติดเข้าไป

จริงๆ ตอนนั้นหนูจะเอาอูคูเลเล่ไปเล่นเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย แต่เปิดไปก็คือเห็นอูคูเลเล่เป็นร้อยตัว คนที่ต่อจากหนูก็เล่น ซึ่งคนอื่นเขาดูเรียบร้อย เราก็ฉีกไปเลยแล้วกัน หนูก็ทำทุกอย่างเพื่อที่จะมีตัวตน ทำอะไรได้ก็จะทำให้กรรมการเห็น หนูก็เลยอยากให้เขานึกถึงเรา

ก็เลยเต้นท่าตลกๆ ท่าดึงดาวไปค่ะ (หัวเราะ) ก็เลยเป็นที่มาของท่านั้น แต่จริงๆ อะ ความสามารถหนูก็คือเล่นอูคูเลเล่แต่เขาไม่ยอมเอาออก เอาตอนเต้นดึงดาวออก (BNK48 Senpai 2nd Generation)

เรื่องราวของจีจี้

หนูว่าเป็นการหาตัวตนของหนู คือหลังจากที่หนูติดเซ็มบัตสึเพลงฤดูใหม่ หนูก็ยังไม่เป็นตัวเอง ยังไม่ได้ชายน์ตัวเองออกมาว่าเราเก่งอะไร ทำอะไรได้ จนได้มารู้ทีหลังว่าตัวเองชอบการเป็น MC พอมีรายการ BNK48 Senpai 2nd Generation กับ VICTORY BNK48 หนูก็บูมขึ้นมา รายการมันเข้ามาเป็นจุดพลิกชีวิตหนู

 

เพราะว่าทุกคนเห็นหนูเป็นคนตลก มีสกิลในการพูดที่น่าสนใจ มีคำอุทาน ตัวตนที่หนูเป็นคนขี้กลัว มันก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของเราไป ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่หนูได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเอง กระแสมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากท้ายๆ เราก็ขึ้นมาเรื่อยๆ คนก็มาสนใจมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด เช่นปกติเลนจับมือหนูเดินแคทวอร์กได้เลย แฟนคลับหนูก็สงสารหนูมากแต่ละคนก็คอยเดินวนให้ จนทุกวันนี้มันก็มากขึ้นจนน่าตกใจ ก็คิดว่ามันดีแล้วที่เราปลดปล่อยตัวเอง

เรื่องราวของจีจี้ (ที่คนยังเข้าใจผิด)

แต่ละคนในวงก็โดนบูลลี่กันหมด แต่ว่า’แง้นๆ’ ของหนูมันก็เป็นแค่ส่วนน้อย ซึ่งที่หนูออกมาพูดเพราะว่า ถ้าเราไม่ออกมาพูดมันก็จะกลายเป็นว่าเรายอมรับในสิ่งนี้ เขาก็จะพูดต่อกันมากขึ้น ถ้าเราออกมาพูดมันก็จะโอเคเราไม่ได้เป็น เราไม่ได้ชอบ 

หนูก็บอกว่าพ่อแม่หนูขับรถมาส่ง หนูขับมอเตอร์ไซต์ไม่เป็น ที่ทำไปก็เพื่อความบันเทิง จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นปัญหามาก แต่คือเวลาอ่านเจอก็ไม่ได้ชอบ แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้มองแบบนั้น เพราะเราไม่ได้เป็น

 

 

เพราะฉะนั้น อยากให้คนจำเราแบบไหน

เป็นคนที่สร้างความสุขเวลาเห็นทุกครั้งดีกว่า เพราะส่วนใหญ่ที่มาจับมือก็คือมาจากไลฟ์เลย หนูก็รู้สึกดีใจว่าเขาดูไลฟ์เราแล้วเป็นแรงบันดาลใจให้เขาจริงๆ ปกติเวลาหนูอยู่โรงเรียนเราเฮฮาได้แค่ 5-6 คนในกลุ่ม แต่พอมาอยู่จุดนี้เรารู้สึกว่าเราทำอะไรได้มากกว่าการเต้นการร้อง 

รู้สึกว่าพี่เขาก็ยังมีคนที่ให้กำลังใจเขา มาจับมือเราก็ให้กำลังใจเขา เราเป็นคนตลกมันก็ทำให้คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามีความสุขในชีวิตได้

 

รู้สึกอย่างไรกับการติด Jabaja

ก็ดีค่ะ อาจจะเพราะเนื้อหาของเพลงมันเข้ากับหนู (ยิ้มแบบจีจี้)

ขมิ้น – มณิภา รู้ปัญญา

เล่าบรรยากาศในห้องออดิชั่นหน่อย

หนูจะชอบเวลากรรมการถามคำถามเฉยๆ ไม่ชอบเวลาเต้นกับร้องเพลง เวลาเขาถาม หนูว่ามันสนุกกว่า เพราะว่าหนูเต้นไม่เป็น ร้องก็ไม่เป็น ถ้าให้ร้องเพลงกับเต้นหนูจะเครียดมาก แต่หนูก็ทำนะ เขาให้ทำอะไรหนูก็ทำ แล้วหนูไม่มีความสามารถพิเศษ แต่เขาบอกให้เขียนไปในใบสมัคร หนูเลยเขียนว่าหนูเต้นแอโรบิคได้ และเขาก็ให้หนูต้นแอโรบิค ทั้งที่หนูก็เต้นไม่เป็น หนูเลยเต้นมั่วๆ ของหนูไป

 

จำความรู้สึกวันเปิดตัวรุ่น2 ที่งาน Comic Con ได้ไหม

วันนั้นยังแต่งหน้าไม่เป็นเลย (หัวเราะ) หนูไปซื้อรองพื้นจากเซเว่นมา ที่เป็นซองๆ เล็กๆ แต่หนูแต่งหน้าไม่เป็น เลยซื้ออันที่ไม่แพงมาใช้ไปก่อน คือแต่งอะไรก็ไม่รู้ พอขึ้นไปบนเวทีก็ตื่นเต้น พูดติดๆ ขัดๆ หนูไม่เคยเจอคนเยอะขนาดนั้น เหมือนสติแตก ใจเต้นเร็วมาก แล้วก็กลัว เหมือนมันมีความคาดหวังด้วยจากที่พี่รุ่น 1 ทำไว้แต่หลังจากนั้นหนูก็พยายามไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าหนูต้องทำหน้าที่ของหนูให้ดี คนจะได้ไม่ว่าหนู

 

จากคนที่เป็นแฟนคลับศิลปินคนอื่น พอมามีแฟนคลับของตัวเองบ้าง รู้สึกอย่างไร

ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงเวลามีคนมาติดตามเรา เอาง่ายๆ ตอนนั้นหนูก็ไม่ค่อยเป็นตัวเอง เหมือนอยู่ดีๆ ก็มีคนมาฟอลโลว์เราเยอะๆ ไอจีเก่าหนูมีคนมาฟอลหนูถึงพัน หนูก็อู้หู…คนฟอลเยอะจัง แต่ไอจีใหม่ เปิดวันแรกคนฟอลเป็นหมื่น หนูแบบ เขามาฟอลอะไรเนี่ย แล้วราต้องโพสต์อะไร คนฟอลเยอะขนาดนี้ ถ้าหนูโพสต์ไม่ถูกใจเขา จะทำยังไง แต่พอไปเรื่อยๆ หนูก็รู้สึกว่า เราก็ต้องเป็นตัวเอง ถ้าเราไม่เป็นตัวเอง ทำไปเรื่อยๆ มันก็ฝืน

 

โอกาสในการเล่นซีรีส์‘ลูกเหล็ก เด็กชอบยก’ เข้ามาหาได้อย่างไร

เป็นอะไรที่หนูไม่เคยทำ เล่นละครเป็น extra ก็ไม่เคย บ้านอยู่ขอนแก่น มันไม่มีถ่ายอะไร พี่อร พี่มินมิน เขาไม่ต้องแคสต์ แต่หนูต้องแคสต์ ซึ่งทุกคนเคยไปเวิร์คช็อป เคยแสดงมาหมดแล้ว แล้วหนูจะไปได้ได้ยังไง แต่หนูก็เล่นไป หนูเข้าใจแบบนี้ ก็เล่นไปแบบนี้ และก็ตั้งใจทำ แต่ไม่ได้หวังอะไร พี่แคสติ้งถามว่า หนูจะมีเวลามาเล่นให้พี่ไหม หนูก็บอกว่า ถ้าพี่บอกหนูได้เลยว่าติดไม่ติด หนูก็ตอบได้ค่ะ (หัวเราะ) เลยคิดว่าพี่เขาคงไม่เลือกหรอก พูดอะไรไปก็ไม่รู้ แต่เขาก็เลือก

 

ผักขม – สิริการย์ ชินวัชร์สุวรรณ

 

 

ความทรงจำในวันเปิดตัว

ผักเป็นคนชอบสะกดจิตตัวเอง ก่อนขึ้นเวทีจะพูดกับตัวเองว่า ทำได้ ทำได้ พูดออกมาเลย แล้วคนอื่นก็ได้ยิน (หัวเราะ) มันเป็นการสะกดจิตให้เราไม่ตื่นเต้น  พอขึ้นไปก็จะไม่ลน ซึ่งตอนเต้นก็ไม่ลนนะคะ แต่ว่าหลังจากเต้นเสร็จถ้ามีพูดอะไรต่อ ผักทำไม่ได้ (หัวเราะ) ผักเป็นคนไม่ค่อยพูดตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เป็นลูกคนเดียว อยู่บ้านก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนพูด เวลาพูดจะรู้สึกไม่มั่นใจ

 

คาแร็คเตอร์ขี้อาย คิคิ คือสิ่งที่ทำให้แฟนคลับชอบผัก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสิ่งที่จำกัดศักยภาพของตัวเอง ผักขมอยากเปลี่ยนแปลงมันหรือเปล่า

ผักรู้สึกว่าผักอยากเปลี่ยนตัวเองนะ ไม่ชอบที่ตัวเองพูดไม่เก่ง ผักคิดว่าอะไรที่เราอยากเปลี่ยนมันต้องดีเสมอ แล้วผักก็ไม่คิดว่าแฟนคลับจะรักเราน้อยลง เพราะนั่นคือทางที่ดี ถ้าเรายังอยู่กับที่เค้าก็อาจบอกว่าทำไมน้องไม่พัฒนาเลย (หัวเราะ) มันก็เหมือนเพื่อตัวเราเองด้วย ยังไงเราก็คือเรา ต่อให้เราเปลี่ยนไปยังไงมันก็คือเราเสมอ

 

 

คนพูดน้อยกับความสัมพันธ์เพื่อนในวง

ผักค่อนข้างเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นยาก แต่ก็ไม่ได้ดูเป็นคนหยิ่ง เพราะผักเป็นคนยิ้มเก่ง (หัวเราะ) ก็เลยดูเฟรนด์ลี่ แต่คนก็จะไม่ค่อยรู้จักผักจริง ๆ เพราะผักเป็นคนฟังอย่างเดียว ไม่ค่อยพูด แต่คนที่รู้จักกันมานานแล้วก็รู้แหละว่าผักเป็นคนยังไง

 

ผักขมกับชีวิตการเป็นไอดอล

รู้สึกว่าคิดถูกที่มาทางนี้ เพราะว่าเข้ามาตรงนี้มันก็ได้ข้อดี ถึงข้อเสียจะมีบ้างคือไม่ค่อยมีเวลาให้ตัวเองเท่าไร (หัวเราะ) แต่ก็รู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตก็ควรจะมีอะไรที่แตกต่างไปจากชีวิตธรรมดาของเรา เพราะถ้าอายุมากกว่านี้ มาอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้แล้ว อย่างอื่นเอาไว้ทำทีหลังก็ได้ แต่อันนี้มันต้องตอนนี้

ผักขม – สิริการย์ ชินวัชร์สุวรรณ

 

ความทรงจำในวันเปิดตัว

ผักเป็นคนชอบสะกดจิตตัวเอง ก่อนขึ้นเวทีจะพูดกับตัวเองว่า ทำได้ ทำได้ พูดออกมาเลย แล้วคนอื่นก็ได้ยิน (หัวเราะ) มันเป็นการสะกดจิตให้เราไม่ตื่นเต้น  พอขึ้นไปก็จะไม่ลน ซึ่งตอนเต้นก็ไม่ลนนะคะ แต่ว่าหลังจากเต้นเสร็จถ้ามีพูดอะไรต่อ ผักทำไม่ได้ (หัวเราะ) ผักเป็นคนไม่ค่อยพูดตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เป็นลูกคนเดียว อยู่บ้านก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนพูด เวลาพูดจะรู้สึกไม่มั่นใจ

คาแร็คเตอร์ขี้อาย คิคิ คือสิ่งที่ทำให้แฟนคลับชอบผัก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสิ่งที่จำกัดศักยภาพของตัวเอง ผักขมอยากเปลี่ยนแปลงมันหรือเปล่า

ผักรู้สึกว่าผักอยากเปลี่ยนตัวเองนะ ไม่ชอบที่ตัวเองพูดไม่เก่ง ผักคิดว่าอะไรที่เราอยากเปลี่ยนมันต้องดีเสมอ แล้วผักก็ไม่คิดว่าแฟนคลับจะรักเราน้อยลง เพราะนั่นคือทางที่ดี ถ้าเรายังอยู่กับที่เค้าก็อาจบอกว่าทำไมน้องไม่พัฒนาเลย (หัวเราะ) มันก็เหมือนเพื่อตัวเราเองด้วย ยังไงเราก็คือเรา ต่อให้เราเปลี่ยนไปยังไงมันก็คือเราเสมอ

คนพูดน้อยกับความสัมพันธ์เพื่อนในวง

ผักค่อนข้างเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นยาก แต่ก็ไม่ได้ดูเป็นคนหยิ่ง เพราะผักเป็นคนยิ้มเก่ง (หัวเราะ) ก็เลยดูเฟรนด์ลี่ แต่คนก็จะไม่ค่อยรู้จักผักจริง ๆ เพราะผักเป็นคนฟังอย่างเดียว ไม่ค่อยพูด แต่คนที่รู้จักกันมานานแล้วก็รู้แหละว่าผักเป็นคนยังไง

ผักขมกับชีวิตการเป็นไอดอล

รู้สึกว่าคิดถูกที่มาทางนี้ เพราะว่าเข้ามาตรงนี้มันก็ได้ข้อดี ถึงข้อเสียจะมีบ้างคือไม่ค่อยมีเวลาให้ตัวเองเท่าไร (หัวเราะ) แต่ก็รู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตก็ควรจะมีอะไรที่แตกต่างไปจากชีวิตธรรมดาของเรา เพราะถ้าอายุมากกว่านี้ มาอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้แล้ว อย่างอื่นเอาไว้ทำทีหลังก็ได้ แต่อันนี้มันต้องตอนนี้

 

มิวนิค – นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล

ความทรงจำในวันออดิชั่น

ตอนนั้นตัวเองร้องเพลงแย่ คือหนูเป็นคนร้องเพลงไม่เพราะขั้นสุด แต่ตอนออดิชั่นก็คิดว่ามันก็โอเคนะ แต่พอมาอยู่ในคลาสจริง ๆ แล้วนึกถึงตอนนั้นก็สงสารหูครูเหมือนกันที่ต้องมาฟังอะไรแบบนี้ ขอบคุณครู ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเรา ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เข้ามา

ความรู้สึกของการเป็นเซนเตอร์

แวบแรกก็ดีใจค่ะ แล้วก็ตามมาด้วยความเครียดและก็ความกดดัน เพราะว่ารุ่นพี่ปูทางมาไว้ดี พอเราเป็นรุ่น 2 ที่มารับช่วงต่อก็ค่อนข้างกดดัน จริง ๆ ตอนแรกก็แอบคิดว่าเราไม่เหมาะหรือเปล่า แต่เค้าให้โอกาสเรามาแล้ว หนูก็คิดว่ามันเป็นโอกาสดีที่หนูจะได้พิสูจน์ว่าหนูก็เหมาะสมเหมือนกัน

ความกดดันของตัวท็อป

จริง ๆ หนูค่อนข้างกดดันกับเรื่องนี้เหมือนกันตอน General Election  เพราะตอนนั้นผลคะแนนมันสวนทางกับยอด Follower ใน Social Media มันไม่มีใครบอกหรอกค่ะว่าหนูอยู่ตรงนี้หนูต้องได้อันดับที่เท่าไร มันเป็นเหมือนสิ่งที่ทุกคนรู้กันเงียบ ๆ ว่ามันเป็นยังไง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูเครียดที่สุดเลย

ความรู้สึกต่อรุ่น 1

รู้สึกดีใจที่ได้เจอพี่ๆ ที่น่ารัก จริงๆ หนูเข้าใจพี่ๆ เค้านะคะว่ากว่าเค้าจะมาถึงจุดนี้เค้าผ่านอะไรมาเยอะกว่าพวกหนูมาก พวกหนูเข้ามาเหมือนทุกอย่างมันถูกปูทางเอาไว้หมดแล้ว เราสบายกว่าพี่ ๆ เค้าเยอะมากๆ  ตอนแรกหนูก็รู้สึกว่าเค้าอาจจะไม่ค่อยชอบเราหรือเปล่า แต่พออยู่ไปพี่ๆ ทุกคนไม่เหมือนกับที่เราคิดไว้เลย ทุกคนน่ารัก เป็นตัวของตัวเอง อบอุ่น และคอยหนูแลพวกหนู

ก่อน – วฑูศิริ ภูวปัญญาสิริ

ความฝันก่อนมาเป็น BNK48 ของก่อนคืออะไร

ความฝันของก่อนคืออยากจะร้องเล่นเต้นรำ เพราะเราเป็นคนที่ชอบเสียงดนตรีอยู่แล้ว เคยเล่นไวโอลินมาก่อนหน้านี้ บวกกับชอบศิลปินดารา เลยอยากยืนในจุดนั้นบ้าง แต่ก็จะมีความเป็นเด็กเขินอาย ไม่กล้าแสดงออก เลยไม่เคยกล้าส่งใบสมัครไปที่อื่น แต่ก็เลือกมาออดิชั่น BNK48 แล้วได้ผ่านเข้ามา ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราก้าวต่อไป

ต้องปรับตัวแค่ไหนในการฝึกซ้อมช่วงแรกๆ

เรียกว่าเปลี่ยนแปลงเลยดีกว่าค่ะ (หัวเราะ) คือเราอยากทำให้ตัวเองดีขึ้นแบบไม่ต้องเร็วมาก เพราะก่อนเป็นคนเรียนรู้ช้า แต่เราก็พยายามเก็บเกี่ยวสิ่งที่ครูสอนให้เยอะที่สุด ตอนนั้นก็เครียดกดดันมากๆ เพราะทุกคนเต้นได้ แต่เราเต้นไม่ดีอยู่คนเดียว ทั้งที่เราก็คิดว่าเราทำสุดแล้ว ก็ยังไม่ดีสักที เกือบปีที่เราฝึกฝนอยู่อย่างนั้นตลอด เลยทำให้เราพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้

เล่าความรู้สึกถึงงานจับมือหน่อย

แฟนคลับก่อนค่อนข้างมีสตอรี่เยอะ มีคนหนึ่งที่ก่อนร้องไห้ใส่เขา เพราะเขาบอกว่าก่อนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเลิกบุหรี่ จากที่เขาสูบหนักมาก ตอนนี้เขาเลิกขาดแล้ว ก่อนเลยรู้สึกว่า ตอนเข้าวงมา เราไม่เคยหวังว่าจะมาถึงจุดนี้ จุดที่เรากลายเป็นคนที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกดีขึ้นได้

งาน General Election ล่ะ รู้สึกอย่างไรกับอันดับที่ได้มา

ไม่ว่าจะอันดับไหน ก่อนก็ยินดีที่ได้รับมา คิดว่าสิ่งนี้มันมากกว่าคำว่าให้ มันไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อยเลยที่แฟนคลับให้เรามา ก่อนพูดกับแฟนคลับเสมอว่าเรื่องเงินน่ะช่างมันเหอะ เรื่องจิตใจที่เขาให้เราตลอดสำคัญกว่าตั้งเยอะ ที่ก่อนคอยพูดว่าอย่าหายไปเลยนะ ไม่ใช่กลัวว่าเขาจะไม่ให้เราในเรื่องนั้น แต่กลัวเขาไม่ให้กำลังใจเราแล้วมากกว่า

อิซึตะ รินะ

ความแตกต่างระหว่างเพลง AKB48 และ BNK48

เพลงของ AKB48 กับ BNK48 เต้นไม่เหมือนกัน ตอนแรกรินะรู้สึกว่าเต้นไม่เหมือนกันกับทุกคนเลยทำยังไงดี มีเพลงที่ต้องจำเยอะๆ รินะเลยเปลี่ยนเป็นแบบ BNK48 ดีกว่า รู้สึกเครียดนิดหน่อย แต่รินะเปลี่ยนน่าจะง่ายกว่าให้ทั้งวงเปลี่ยน ก็ค่อยๆ ฝึกมา ก็ปรับได้ก้รู้สึกสบายดี ซึ่งตอนนี้โอเคแล้วเพราะรินะได้สอนเต้นของออริจินอล ตอนนี้ก็เลยไม่เครียดแล้ว

บรรยากาศจับมือครั้งแรกเป็นอย่างไงบ้าง เหมือนกับที่ญี่ปุ่นไหน

ตอนแรกก็พูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ ต้องคิดว่าคุยยังไงดี ทุกคนก็มาพูดภาษาไทย แต่รินะยังไม่เข้าใจ พูดแค่ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ แค่นี้ แฟนคลับเข้ามาสอนภาษาไทยก็มี มีคนญี่ปุ่นมาจับมือรินะด้วย โดยรวมก็สนุกดีและรู้สึกดีใจ

ที่ไทยกับญี่ปุ่นก็คล้ายกัน คนญี่ปุ่นจะนิสัยขี้อาย ค่อนข้างเดาใจยากว่าเค้ารู้สึกอย่างไร ส่วนคนไทยจะค่อนข้างเป็นกันเองและมีอารมณ์ร่วมเยอะกว่า แสดงออกเยอะกว่า

รินะได้สอนอะไรให้น้องๆ บ้าง

ท่าเต้นต่างๆ การเคลื่อนไหวร่างกาย ทุกคนคิดว่าของท่า AKB48 ต้องทำอะไรน่ารักๆ ทั้งหมด จริงๆ AKB48 สไตล์ไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าคนที่น่ารักก็จะทำตัวให้น่ารัก ถ้าคนไหนสไตล์คูลก็จะทำตัวเท่ๆ อย่างไข่มุกรินะคิดว่าไข่มุกเป็นคนน่ารัก สไตล์ของไข่มุกก็เต้นในเพลงบีกินเนอร์ก็ได้

การ blocking บนเวทีเป็นอย่างไรบ้าง

ถึงรินะจะไม่ได้ขึ้น Asia Festival แต่ก็มีทีมอื่นที่มา รินะเลยรู้สึกว่าถ้าไม่มีใครสอนก็คงไม่ดี เพราะถ้าทุกคนทำได้ แต่ BNK48 ทำไม่ได้รินะจะรู้สึกเสียใจ ยิ่งใน Asia Festival บางเพลงที่ยังไม่เคยเต้นก็มี แถมมีเพลงอื่นอีกเยอะมาก รินะก็เลยสอนให้ทุกคน

วันแรกที่มี Space Mission รินะก็ช่วยทำบล็อกกิ้งให้ แล้วก็สอนเต้นด้วย ส่วนวันที่สองก็มีซ้อมกับ AKB48 เลยรู้สึกว่าน่ากลัวมาก (ยิ้ม) เพราะว่าทุกคนทำได้อยู่แล้ว แต่จริงๆ คือก็มีวางบล็อกกิ้งไว้เยอะอยู่ เสตจใหญ่ใช่ไหม รินะก็เลยขยับบล็อกกิ้งให้ อย่างใน Space Mission เพลง Sakura no Hanabiratachi ถ้าบล็อกกิ้งเดิมจะเล็กมาก คนจะไม่ค่อยเห็น เลยทำบล็อกกิ้งใหม่ดีกว่า ก็เลยทำเองค่ะ

คลิปน่ารักๆ จากเมมเบอร์
เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี BNK48

หนังสือ BNK48 2nd Anniversary

เตรียมพบกับหนังสือฉลอง 2 ปี BNK48 ที่บันทึกเรื่องราวสำคัญของวงไอดอลเบอร์หนึ่งของไทย ทุกเบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญ ทุกเบื้องหลังของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว BNK48 จะถูกนำมาเสนอและเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเมมเบอร์และบุคคลสำคัญที่อยู่รอบตัวเมมเบอร์ ภายในเล่มมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่

  • ภาพแฟชั่น 8 เซ็นเตอร์เพลงหลัก
  • บทสัมภาษณ์ 8 เซ็นเตอร์เพลงหลักสุดพิเศษ
  • ความในใจที่เมมเบอร์ทั้ง 51 คน อยากบอกด้วยลายมือ
  • เบื้องหลังของการทำเพลง
  • เบื้องหลังการออกแบบชุดของเมมเบอร์
  • เรื่องราวการฝึกซ้อมของ BNK48 ที่ไม่เคยบอก
  • และอีกมากมาย

สำหรับใน Chapter 4 อยากรู้ไหมว่าเบื้องหลัง MV ทั้งหลายของ BNK48 นั้นมีเรื่องราวน่าสนใจมากแค่ไหน มีภาพอะไรบ้างที่ไม่เคยถูกปล่อยออกไป สัปดาห์หน้ามาติดตามเรื่องราวเบื้องหลังของ MV เพลงของ BNK48 กัน

Powered by

อ่านเพิ่ม